Ego แบบไหน จำเป็นต่อผู้นำ
- jirat5
- 3 วันที่ผ่านมา
- ยาว 2 นาที

"ผู้นำที่ดีต้องไม่มี Ego"
ประโยคนี้ฟังดูสวย แต่ผิด
Ego ของผู้นำ
ผู้นำที่ไม่มี Ego เลย คือผู้นำที่ไม่กล้าเป็นผู้นำ
ไม่กล้าตัดสินใจในภาวะไม่แน่นอน ไม่ยืนหยัดเมื่อทุกคนลังเล ไม่ให้ทิศทางเมื่อทีมหลงทาง
คำถามที่ถูกต้องจึงไม่ใช่ "ผู้นำควรมี Ego หรือไม่"
แต่คือ "Ego แบบไหน?"
━━━━━━━━━━━━━━━━━
Ego ของผู้นำมี 2 แบบ ที่ต่างกันสิ้นเชิง
✅ Healthy Ego
มั่นใจบนฐานความจริง รู้จุดแข็ง-จุดอ่อนของตัวเอง
ตัดสินใจเด็ดขาด แต่เปิดรับข้อมูลใหม่ก่อนตัดสิน
รับคำวิจารณ์ได้โดยไม่สูญเสียตัวตน
ให้เครดิตทีมเมื่อสำเร็จ รับผิดชอบเมื่อพลาด
❌ Inflated Ego
ต้องเป็นคนพูดสุดท้ายในทุกมีตติ้ง
โกรธเมื่อถูกตั้งคำถาม แม้เป็นคำถามเชิงสร้างสรรค์
ไม่ยอมรับไอเดียที่ไม่ได้มาจากตัวเอง
มองทีมเป็นเครื่องมือสำหรับความสำเร็จส่วนตัว
ความต่างนี้ ไม่ใช่เรื่องบุคลิกที่แก้ไม่ได้ แต่เป็นสิ่งที่วัดได้ สังเกตได้ พัฒนาได้
━━━━━━━━━━━━━━━━━
Meta-analysis จากงานวิจัย 53 ชิ้น (ตัวอย่างกว่า 16,500 คน) พบว่า
ผู้นำที่มี "ความถ่อมตน + ความมั่นใจ" สมดุลกัน สร้างทีมที่มีผลงานดีกว่า มีความคิดสร้างสรรค์มากกว่า และรักษาคนเก่งไว้ได้นานกว่าอย่างมีนัยสำคัญ
และความถ่อมตนในนิยามของงานวิจัย ไม่ใช่ "การยอมคน" หรือ "การถ่อมตัวเกินจริง"
แต่คือคุณสมบัติ 3 อย่าง
มองตัวเองตามความจริง
ยกย่องความสามารถของคนอื่นได้โดยไม่รู้สึกถูกคุกคาม
พร้อมเปลี่ยนความเชื่อเมื่อเจอหลักฐานที่ดีกว่า
━━━━━━━━━━━━━━━━━
ถ้าพูดถึงงานวิจัยเรื่องผู้นำที่สร้างองค์กรยิ่งใหญ่ ชื่อหนึ่งที่ข้ามไม่ได้คือ Jim Collins
เขาคืออดีตอาจารย์ด้าน management จาก Stanford Graduate School of Business ปัจจุบันเป็นนักวิจัยอิสระ ที่ทุ่มเวลากว่า 25 ปีศึกษาคำถามเดียวคือ "อะไรทำให้บริษัทธรรมดา กลายเป็นบริษัทชั้นยอดได้อย่างยั่งยืน"
ผลงานหนังสือของเขา เช่น Good to Great, Built to Last, How the Mighty Fall ขายรวมกันกว่า 10 ล้านเล่มทั่วโลก และถูกใช้เป็นตำราใน business school ชั้นนำ
สิ่งที่ทำให้งานของ Collins แตกต่าง คือเขาไม่เชื่อ "ทฤษฎีจากตำรา" เขาใช้วิธีเก็บข้อมูลจริงจากบริษัทหลายพันแห่ง ทำ statistical analysis หานข้อมูลจริงๆ ก่อนจะสรุปเป็น pattern
และใน Good to Great เขาพบสิ่งที่ทำให้ทีมวิจัยของเขา "ประหลาดใจ"
ผู้นำของบริษัทที่เปลี่ยนจาก "ธรรมดา" → "ชั้นยอด" ต่อเนื่องนาน 15+ ปี ไม่ใช่ผู้นำที่ดังที่สุด ไม่ใช่คนที่คาริสม่าที่สุด ไม่ใช่คนที่ขึ้นปก Forbes บ่อยที่สุด
แต่เป็นคนที่เขาเรียกว่า "Level 5 Leader"
สูตรของ Level 5 Leader คือ
Personal Humility + Professional Will (ความถ่อมตนส่วนตัว + ความมุ่งมั่นในงานแบบไม่ยอมแพ้) พวกเขาไม่ได้ไร้ Ego พวกเขามี Ego ที่ทรงพลังมาก
แต่ Ego ของพวกเขา มุ่งที่ "ความสำเร็จขององค์กร" ไม่ใช่ "ชื่อเสียงของตัวเอง"
━━━━━━━━━━━━━━━━━
ปัญหาที่น่ากลัวที่สุดในเรื่องนี้ มาจากงานวิจัยของ Tasha Eurich ตีพิมพ์ใน Harvard Business Review จากกลุ่มตัวอย่างเกือบ 5,000 คน
🔸 95% ของคนเชื่อว่าตัวเองมี self-awareness 🔸 แต่มีแค่ 10-15% เท่านั้นที่มีจริง
และยิ่งมีประสบการณ์-ตำแหน่งสูงขึ้น self-awareness กลับลดลง
เพราะ
คนรอบข้างไม่กล้าให้ feedback ที่ตรงไปตรงมา
ความสำเร็จในอดีตทำให้มั่นใจเกินจริง
คนที่ค้านค่อยๆ หายไป เหลือแต่คนที่เห็นด้วย
นี่คือสาเหตุที่ผู้นำระดับสูงหลายคน Ego พองโดยไม่รู้ตัว
ไม่ใช่เพราะเป็นคนไม่ดี แต่เพราะโครงสร้างของอำนาจ ทำให้ข้อมูลจริงเกี่ยวกับตัวเอง หายไปทีละน้อย
━━━━━━━━━━━━━━━━━
Ego ไม่ใช่ศัตรูของผู้นำ Ego ที่ไม่ถูกบริหารต่างหาก ที่เป็นศัตรู
ผู้นำที่ดีไม่ได้กำจัด Ego แต่รู้ว่าเมื่อไหร่ควร "เปิด" เมื่อไหร่ควร "ปิด"
เปิด Ego เมื่อต้องตัดสินใจในวิกฤต ปิด Ego เมื่อทีมเสนอไอเดียใหม่
เปิด Ego เมื่อต้องยืนหยัดในหลักการ ปิด Ego เมื่อเกิดความผิดพลาด
Healthy Ego คือฐานของความกล้าตัดสินใจ Humility คือสิ่งที่ทำให้ความกล้านั้นไม่กลายเป็นความหยิ่ง ทั้งสองต้องอยู่ด้วยกัน ไม่ใช่เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง
━━━━━━━━━━━━━━━━━
คำถามสำหรับผู้นำทุกคน:
Ego ของคุณ รับใช้ใคร?
รับใช้ตัวคุณเอง หรือรับใช้คนที่เดินตามคุณ?
คำตอบนี้เอง ที่แยกระหว่าง ผู้นำที่คนจำ กับผู้นำที่คนอยากทำงานด้วยอีกครั้ง
━━━━━━━━━━━━━━━━━
M.I.S.S.CONSULT พัฒนาผู้นำองค์กรไทยมากว่า 20 ปี ด้วย Behavioral Assessment ระดับสากล ที่ช่วยให้ผู้นำเห็นตัวเองอย่างที่เป็นจริง ไม่ใช่อย่างที่อยากให้เป็น
ติดตามคอนเทนต์พัฒนาตัวเองและการทำงานจาก M.I.S.S.CONSULT
YouTube: https://www.youtube.com/@MissConsult





ความคิดเห็น