top of page
Business meeting

The Growth Journal

ความมั่นใจ vs ความดื้อ ต่างกันตรงไหน

  • รูปภาพนักเขียน: jirat5
    jirat5
  • 5 พ.ค.
  • ยาว 1 นาที
Two women in an office, one pointing at documents. Text in Thai below. Bright window and brick wall in background. Focused mood.

ความมั่นใจ vs ความดื้อ

เรามักให้ค่ากับ (Confidence) เรามองหาผู้นำที่กล้าฟันธง กล้ายืนหยัดเมื่อเจอกระแสต่อต้าน

แต่มีฝาแฝดตัวร้ายของความมั่นใจที่หน้าตาเหมือนกันเปี๊ยบ นั่นคือ ความดื้อ (Rigidity)

ความมั่นใจคือการยืนหยัดเพราะ "ข้อมูลพาไปตรงนี้" ความดื้อคือการยืนหยัดเพราะ "ตัวตนพาไปตรงนั้น" (Ego)


ปัญหาคือ... จากภายนอก สองอย่างนี้ดูเหมือนกันมาก พูดจาหนักแน่น ตัดสินใจเร็ว ไม่ลังเล ลูกน้องดูไม่ออก ผู้ถือหุ้นดูไม่ออก... จนกว่าบิลค่าเสียหายจะถูกส่งมาเก็บที่บริษัท


กลไกการทำงานของ "ความดื้อ" ในคราบผู้บริหาร

เมื่อคุณประสบความสำเร็จมาเยอะ สมองจะสร้างทางลัด (Heuristics) คุณจะเริ่มเชื่อว่าสัญชาตญาณของคุณถูกต้องเสมอ และข้อมูลที่ขัดแย้งกับสัญชาตญาณ จะถูกมองว่าเป็น Noise ที่ต้องกำจัดทิ้ง ไม่ใช่ Signal ที่ต้องรับฟัง

ผลกระทบที่เกิดขึ้นเงียบ ๆ แต่รุนแรง:


  1. Decision Quality ลดลง: ทางเลือกใหม่ ๆ ไม่ถูกนำเสนอ เพราะทีมรู้ว่า "นายไม่เอาหรอก"

  2. Talent ไหลออก: คนเก่งชอบความท้าทาย ไม่ชอบความจำเจ ถ้าเขาเปลี่ยนใจคุณด้วยเหตุผลไม่ได้ เขาจะไปหาที่ที่เขาทำได้

  3. Culture แห่งความเงียบ: การโต้แย้งหายไป ไม่ใช่เพราะทุกคนเห็นด้วย แต่เพราะทุกคน "ยอมแพ้" ที่จะพูด


ทางออกของเรื่องนี้ไม่ใช่การลดความมั่นใจลง เพราะท้ายที่สุดคุณยังต้องใช้พลังงานนั้นนำทีมฝ่าคลื่นลม


แต่ทางออกคือการออกแบบ System ที่บังคับให้คุณต้องหยุดฟัง แม้ในวันที่ไม่อยากฟัง

เริ่มจากการหมุนเวียนบทบาท Designated Dissenter ในที่ประชุม มอบหมวกใบนี้ให้ใครสักคนทำหน้าที่ "ค้าน" อย่างเป็นทางการ เพื่อเปลี่ยนการเห็นต่างให้เป็น "หน้าที่" ไม่ใช่ "การกบฏ"


จากนั้น สร้างวัฒนธรรม Data over Opinion ให้เป็นกฎเหล็กประจำห้องประชุม ประกาศให้ชัดว่า "ความเห็นของผม แพ้ข้อมูลเสมอ" เมื่อใดที่มีหลักฐานใหม่วางบนโต๊ะ อารมณ์และความเชื่อเดิมต้องถูกปัดตกทันที และสุดท้าย จง Celebrate the Pivot ชื่นชมคนที่สามารถทำให้คนอื่นหรือ แม้กระทั่งตัวคุณเปลี่ยนใจได้ ให้ทีมเห็นว่าการเปลี่ยนทิศทางคือชัยชนะของสติปัญญา ไม่ใช่ความพ่ายแพ้ของจุดยืน


เพราะความมั่นใจที่แท้จริง คือความกล้าที่จะยอมรับว่า "วันนี้ผมผิด" เพื่อให้ "พรุ่งนี้องค์กรถูก"

นั่นแหละคือเส้นชัยของผู้นำที่แท้จริง


เราสรุป Insight แนวทางแก้ไขในระดับโครงสร้าง และ Check List สำหรับตรวจสอบตัวเองไว้แล้ว ลองตอบคำถามเหล่านี้กับตัวเองอย่างซื่อสัตย์ (ไม่ต้องบอกใครก็ได้)


✅ Check List สำหรับผู้นำ

  • [ ] การเปลี่ยนใจครั้งล่าสุด: ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา คุณจำได้ไหมว่ามีสักครั้งที่คุณพูดว่า "ผมผิดเอง ข้อมูลของคุณถูกต้อง เราเอาตามวิธีคุณ"?

  • [ ] บรรยากาศในห้องประชุม: เมื่อคุณเสนอไอเดีย มีใครกล้าแย้งคุณแบบตรงไปตรงมาไหม? หรือทุกคนแค่พยักหน้าแล้วจด?

  • [ ] วิธีจัดการข้อมูลใหม่: เมื่อลูกน้องนำเสนอข้อมูลที่ขัดกับความเชื่อของคุณ ปฏิกิริยาแรกของคุณคือ "สงสัยใคร่รู้" (Curiosity) หรือ "หาจุดจับผิด" (Defense)?

  • [ ] ประโยคติดปาก: คุณมักจะพูดคำว่า "เราเคยลองแล้วมันไม่เวิร์ค" หรือ "ผมอยู่ในวงการนี้มานาน" เพื่อปิดบทสนทนาบ่อยแค่ไหน?

  • [ ] ข่าวร้าย: ครั้งสุดท้ายที่มีคนเดินมารายงานข่าวร้ายเรื่องโปรเจกต์สำคัญกับคุณ... มันคือก่อนหรือหลังที่ไฟไหม้ฟางไปแล้ว?


ถ้าคุณติ๊กถูกน้อยกว่า 3 ข้อ... ระวังให้ดีครับ สัญญาณเตือนภัยคุณกำลังกรองความจริงออก เพื่อปกป้อง Ego ของคุณอยู่

 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page