ทำไมองค์กรชั้นนำถึงหันมาใช้ Psychometric Assessment ในการสรรหาบุคลากรปี 2026
- jirat5
- 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
- ยาว 1 นาที

หลายปีที่ผ่านมา HR ส่วนใหญ่ยังพึ่งพาเรซูเม่และการสัมภาษณ์เป็นหลัก แต่ความจริงที่หลายองค์กรเริ่มยอมรับคือ สองสิ่งนี้ไม่เพียงพออีกต่อไป คนที่ตอบสัมภาษณ์เก่งไม่ได้หมายความว่าทำงานเก่ง และคนที่เรซูเม่ดูดีก็ไม่ได้การันตีว่าจะเข้ากับทีมได้
นั่นคือเหตุผลที่ Psychometric Assessment กลายเป็นเครื่องมือที่องค์กรทั่วโลกให้ความสำคัญมากขึ้นในปี 2026
Psychometric Assessment คืออะไร
คือแบบทดสอบที่พัฒนาจากหลักวิทยาศาสตร์ ออกแบบมาเพื่อวัดสิ่งที่ดูไม่เห็นจากเรซูเม่ ไม่ว่าจะเป็นความสามารถในการคิดและแก้ปัญหา บุคลิกภาพและแนวโน้มพฤติกรรม รวมถึงแรงจูงใจและความสนใจในสายอาชีพ ไม่ใช่การทดสอบว่าใครฉลาดกว่าใคร แต่เป็นการทำความเข้าใจว่าใครเหมาะกับงานและองค์กรมากกว่ากัน
ประเภทที่ใช้กันในปัจจุบัน
แบบทดสอบที่ได้รับความนิยมในกระบวนการสรรหาแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ Cognitive Ability Tests ที่วัดทักษะการคิดและการเรียนรู้, Personality Tests ที่ประเมินบุคลิกภาพและความมั่นคงทางอารมณ์, Situational Judgment Tests ที่จำลองสถานการณ์จริงเพื่อดูการตัดสินใจ และ Interest & Motivation Inventories ที่ช่วยให้เข้าใจว่าอะไรขับเคลื่อนคนคนนั้น
ทำไมองค์กรถึงได้ผลดีขึ้นเมื่อใช้เครื่องมือเหล่านี้
สิ่งที่หลายองค์กรสังเกตเห็นหลังนำ Psychometric Assessment มาใช้คือกระบวนการคัดเลือกกระชับขึ้น ลด Bias จากความรู้สึกส่วนตัวของผู้สัมภาษณ์ และที่สำคัญกว่านั้นคืออัตราการรักษาพนักงานดีขึ้น เพราะเมื่อคนเข้ากับงานและวัฒนธรรมองค์กรได้จริง โอกาสที่เขาจะลาออกก็ลดลงตามไปด้วย
เครื่องมือที่ได้รับความนิยมในปี 2026
ปัจจุบันมีหลายเครื่องมือที่องค์กรนิยมใช้ เช่น M.I.S.S.CONSULT Psychometric Test ที่ประเมินครอบคลุมทั้งความสามารถทางสติปัญญา พฤติกรรม และความสนใจในอาชีพ, Wonderlic Personnel Test สำหรับวัดความสามารถทางสติปัญญา, Big Five Personality Test สำหรับวิเคราะห์บุคลิกภาพ 5 ด้าน และ SHL OPQ ที่เจาะลึกวิธีการทำงานและการทำงานร่วมกับผู้อื่น
ใช้อย่างไรให้ได้ผลจริง
Psychometric Assessment ทำงานได้ดีที่สุดเมื่อใช้ควบคู่กับกระบวนการสรรหาแบบเดิม ไม่ใช่แทนที่ แนวทางที่ได้ผลคือนำมาเป็นเครื่องมือคัดกรองด่านแรก จากนั้นใช้ผลที่ได้มาตั้งคำถามในการสัมภาษณ์เชิงโครงสร้าง และหากเป็นตำแหน่งสำคัญควรให้ผู้เชี่ยวชาญร่วมตีความผลด้วย
สิ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือการให้ Feedback แก่ผู้สมัคร เพราะนอกจากจะสร้างประสบการณ์ที่ดีแล้ว ยังสะท้อนภาพลักษณ์ขององค์กรในระยะยาวด้วย
สิ่งที่ต้องระวัง
ไม่ใช่ทุกเครื่องมือที่เชื่อถือได้เท่ากัน ควรเลือกเครื่องมือที่มีงานวิจัยรองรับ และมีความน่าเชือถือ validity and reliability
อนาคตจะเป็นอย่างไร
ในอนาคตอันใกล้ AI และ Machine Learning จะเข้ามาช่วยวิเคราะห์ผลแบบ Real-time มากขึ้น และการผสาน VR เข้ากับกระบวนการประเมินจะทำให้เห็นศักยภาพที่แท้จริงของผู้สมัครได้ลึกกว่าเดิม สรุปคือ Psychometric Assessment ไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่กำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของ HR ในปี 2026 สำหรับองค์กรที่ต้องการจ้างงานได้ถูกคน ถูกตำแหน่ง และถูกเวลา





ความคิดเห็น