Effective Stress Management Strategies for Busy Executives
- MC Team

- 2 วันที่ผ่านมา
- ยาว 1 นาที
ความเครียดส่งผลกระทบต่อผู้บริหารจำนวนมากในทุกๆ วัน ซึ่งมักนำไปสู่ภาวะหมดไฟ (Burnout) ประสิทธิภาพการทำงานที่ลดลง และปัญหาสุขภาพ การจัดการความเครียดอย่างมีประสิทธิภาพจึงเป็นสิ่งจำเป็นในการรักษาความจดจ่อ (Focus) พลังงาน และสุขภาวะที่ดี บทความนี้ขอนำเสนอเทคนิคที่ปรับใช้ได้จริงสำหรับผู้บริหาร เพื่อรับมือกับความเครียดโดยไม่เพิ่มความยุ่งยากให้กับตารางงานที่แน่นขนัดอยู่แล้ว

1. รู้เท่าทัน "ตัวกระตุ้นความเครียด" ตั้งแต่เนิ่นๆ
ขั้นตอนแรกของการจัดการความเครียดคือการระบุสาเหตุ ผู้บริหารมักเผชิญกับปัจจัยกดดันที่หลากหลาย เช่น กำหนดการที่กระชั้นชิด ความคาดหวังที่สูงลิ่ว และการต้องตัดสินใจตลอดเวลา การรู้เท่าทันตัวกระตุ้นเหล่านี้จะช่วยให้คุณรับมือได้ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลาย
จดบันทึกสั้นๆ: บันทึกช่วงเวลาที่รู้สึกเครียดในแต่ละวัน
สังเกตรูปแบบ: มองหาความเชื่อมโยง เช่น การประชุมบางประเภท งานบางอย่าง หรือช่วงเวลาเฉพาะของวัน
หมั่นเช็กสัญญาณทางกาย: สังเกตอาการ เช่น ปวดศีรษะ ร่างกายตึงเครียด หรือความเหนื่อยล้า
ประโยชน์: เมื่อเข้าใจตัวกระตุ้นความเครียด คุณจะสามารถวางกลยุทธ์เฉพาะจุดเพื่อลดผลกระทบได้อย่างแม่นยำ
2. ใช้เทคนิคการหายใจเพื่อเรียกคืนความสงบ
การฝึกหายใจแบบง่ายๆ สามารถลดระดับความเครียดและเพิ่มสมาธิได้อย่างรวดเร็ว เทคนิคเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ใดๆ และทำได้ทุกที่ แม้ในวันที่งานยุ่งที่สุด
Box Breathing: หายใจเข้า 4 วินาที, กลั้นหายใจ 4 วินาที, หายใจออก 4 วินาที, กลั้นหายใจ 4 วินาที (ทำซ้ำ 4 รอบ)
การหายใจด้วยกะบังลม: ฝึกหายใจเข้าลึกๆ ให้หน้าท้องขยาย (ไม่ใช่แค่ช่วงอก) ต่อเนื่องเป็นเวลา 5 นาที
ช่วงเวลาที่ควรทำ: ฝึกก่อนเข้าประชุมสำคัญ หรือเมื่อเริ่มรู้สึกว่าภาระงานหนักเกินไป
ประโยชน์: การฝึกหายใจเป็นประจำจะช่วยปรับสมดุลระบบประสาทและลดความวิตกกังวลได้อย่างดีเยี่ยม
3. จัดตารางเวลาพักสั้นๆ เพื่อเคลื่อนไหวร่างกาย
กิจกรรมทางกายเป็นวิธีคลายเครียดที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว แม้จะเป็นการเคลื่อนไหวเพียงช่วงสั้นๆ ก็สามารถช่วยทำให้อารมณ์ดีขึ้นและเพิ่มพลังงานได้
เดินยืดเส้นยืดสาย: เดินเล่นสัก 5 นาทีในทุกๆ ชั่วโมง
ยืดเหยียดที่โต๊ะทำงาน: เน้นกล้ามเนื้อบริเวณคอ ไหล่ และหลัง
เลือกใช้บันได: ใช้บันไดแทนการใช้ลิฟต์เมื่อมีโอกาส
ประโยชน์: การเคลื่อนไหวเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและปลดปล่อยความตึงเครียด ช่วยให้คุณกลับไปทำงานด้วยความสดชื่นอีกครั้ง

จัดลำดับความสำคัญและกำหนดขอบเขตให้ชัดเจน
ผู้บริหารมักต้องรับผิดชอบหลายอย่างพร้อมกัน ซึ่งอาจเพิ่มความเครียดได้ การกำหนดลำดับความสำคัญและขอบเขตที่ชัดเจนจะช่วยให้จัดการภาระงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ใช้รายการงาน (Task List): จัดลำดับตามความเร่งด่วนและความสำคัญ
กระจายงาน: มอบหมายงานที่ผู้อื่นสามารถทำแทนได้
กำหนดเวลาทำงานที่แน่นอน: หลีกเลี่ยงการเช็กอีเมลนอกเวลาที่กำหนด
แนวทางนี้จะช่วยป้องกันภาระงานที่ล้นเกิน และสร้างพื้นที่สำหรับการทำงานที่มีสมาธิรวมถึงการพักผ่อน
ฝึกสติและสมาธิ
การฝึกสติช่วยให้จดจ่ออยู่กับปัจจุบัน ลดความเครียดที่เกิดจากการกังวลถึงอดีตหรืออนาคต
ฝึกสมาธิวันละ 5-10 นาที: จดจ่ออยู่กับลมหายใจ ความรู้สึก หรือเสียงรอบข้างโดยไม่ตัดสิน
ใช้เครื่องมือช่วย: หากเพิ่งเริ่มต้น สามารถใช้แอปพลิเคชันหรือเซสชันที่มีผู้นำฝึก
การฝึกสติช่วยปรับสมดุลทางอารมณ์ และช่วยให้ผู้บริหารตอบสนองต่อความท้าทายได้อย่างใจเย็น

รักษาพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ดีต่อสุขภาพ
การจัดการความเครียดมีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับสุขภาพโดยรวม ผู้บริหารที่มีภารกิจรัดตัวควรให้ความสำคัญกับนิสัยที่สร้างความแข็งแกร่งให้ร่างกาย
นอนหลับอย่างมีคุณภาพ: ให้ได้ 7-8 ชั่วโมงต่อคืน
รับประทานอาหารที่สมดุล: เน้นผัก ผลไม้ และโปรตีนที่ไม่ติดมัน
ดื่มน้ำให้เพียงพอ: ตลอดทั้งวัน
จำกัดคาเฟอีนและแอลกอฮอล์
นิสัยที่ดีต่อสุขภาพจะช่วยเสริมสร้างความสามารถของร่างกายในการรับมือกับความเครียดและช่วยให้สมองปลอดโปร่ง
ขอความช่วยเหลือเมื่อจำเป็น
ไม่มีใครต้องจัดการความเครียดเพียงลำพัง การพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานที่ไว้วางใจ เพื่อนสนิท หรือผู้เชี่ยวชาญ จะช่วยให้ผ่อนคลายและได้รับมุมมองใหม่ๆ
ปรึกษาเมนเทอร์หรือเพื่อนร่วมอาชีพ: นัดพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างสม่ำเสมอ
พิจารณาการโค้ชหรือการปรึกษาเชิงจิตวิทยา: หากความเครียดเริ่มหนักเกินรับมือ
เข้าร่วมกลุ่มสนับสนุนผู้บริหาร: หรือเวิร์กชอปด้านการจัดการความเครียด
การแบ่งปันความท้าทายช่วยลดความรู้สึกโดดเดี่ยวและเป็นการสร้างเครือข่ายสนับสนุนซึ่งกันและกัน





ความคิดเห็น