top of page
iStock-1413128025.jpg
  • Writer's pictureMC

“ผู้หญิง” กับ “ความเป็นผู้นำ”


เมื่อพูดถึงผู้นำ เป็นเรื่องปกติที่ภาพแรกที่ขึ้นมาในความคิดคือผู้ชาย เป็นความจริงที่ว่ารูปแบบความเป็นผู้นำไม่สามารถแยกออกจากอคติและการเลือกปฏิบัติโดยไม่รู้ตัวได้อย่างชัดเจน เพราะความเป็นผู้นำเป็นโครงสร้างเชิงบรรทัดฐานที่หล่อหลอมมาในสังคม เมื่อให้ผู้คนนึกถึงผู้นำ โดยไม่คำนึงถึงเพศ ก็จะนึกถึงผู้ชายเป็นอันดับแรก



จากการวิจัยพบว่าผู้หญิงต้องเผชิญความเสียเปรียบทั้งความสามารถและความพอใจ ยิ่งพวกเธอแสดงความโดดเด่นมากเท่าไหร่ คนรอบข้างก็มีแนวโน้มที่จะเกิดความสงสัยต่อความสามารถของพวกเธอ และไม่ค่อยเชื่อถือ คนกลุ่มน้อยหรือผู้บริหารที่มีการกระทำไม่สอดคล้องกับวัฒนธรรมองค์กรก็อาจถูกมองว่าแปลก และ กลายเป็นแกะดำในสังคมนั้นๆ ซึ่งบางครั้งเพื่อนร่วมงานก็แสดงออกอย่างไม่รู้ตัวว่า “ไม่ชอบเรา”


เมื่อถูกสังคมตั้งคำถามในความสามารถเพียงเพราะถูกมองว่าผู้หญิงเก่งพอหรือ? ถ้าให้ลองเปรียบเทียบก็จะพบว่า ระหว่างผู้หญิง กับ ผู้ชาย ที่มีความสามารถเท่ากัน ผู้หญิงต้องใช้ความทุ่มเทและการพิสูจน์ตัวเองที่มากกว่าผู้ชาย นั่นคือ มุมมองต่อผู้หญิงที่ถูกสังคมออกแบบมา เช่น เมื่อผู้หญิงไม่เห็นด้วยและแสดงออกลักษณะเดียวกับผู้ชาย อาจถูกมองว่า “ก้าวร้าว” ขณะที่ผู้ชายถูกมองว่า “ตรงไปตรงมา” ก็ได้ เป็นต้น หากวันนี้คุณผู้หญิงต้องการพัฒนาความเป็นผู้นำในตัวเองอาจต้องปรับเปลี่ยนวิธีการคิดและการรับมือ ฟีคแบค จากผู้อื่น


มาดูตัวอย่างการรับมือฟีดแบคจากคนอื่นกันค่ะ


“ คุณมีแรงดึงดูดไม่มากพอ ”

ถ้าคุณไม่สามารถดึงความสนใจจากคนรอบข้างได้ด้วยคำพูด คุณสามารถแต่งตัวให้สุภาพเป็นทางการ สร้างความโดดเด่นให้เหมาะกับบริบทนั้นๆ เพื่อเป็นการส่งเสริมบุคลิกภาพของคุณ


“ คนในทีมเกรงกลัวคุณ ”

หากมีคนบอกคุณว่า ทีมงานกลัวคุณ อาจเป็นไปได้ว่าคุณอาจดูเจ้ากี้เจ้าการในสายตาพวกเขา หรือตรงไปตรงมาเกินไป ซึ่งหากคุณเปลี่ยนเป็นการตั้งคำถามให้มากขึ้น หรือลดการพูด การสั่ง ให้น้อยลง ที่สำคัญคือ เมื่อตั้งคำถามแล้วต้องไม่เป็นคำถามที่จี้เอาคำตอบนะคะ แต่ให้เป็นคำถามแสดงความห่วงใย หรือ แสดงถึงความใส่ใจ หรือ คำถามเพื่อหยิบยื่นความช่วยเหลือ ก็จะช่วยได้ค่ะ


“ คุณเป็นคนดีเกินไป ”

เมื่อคุณอยู่ในบทบาทความเป็นผู้นำ หากคุณนอบน้อมหรือแสดงความอ่อนน้อมมากเกินไป อาจมีผลกับภาพลักษณ์ผู้นำของคุณได้ คุณจำเป็นที่จะต้องลดการแสดงความเป็นนางฟ้าในตัวคุณให้น้อยที่สุด เพื่อให้คุณยังสามารถบริหารคนอื่นได้โดยที่ไม่มีใครเอาเปรียบหรือเกรงใจคุณ



ไม่ว่าคนอื่นจะมองว่าคุณเป็นคนแบบไหน หากตัวคุณยังคงมั่นใจในตัวเอง ขอให้คุณปรับเปลี่ยนให้ตัวคุณเป็นตัวเองในแบบที่ดีกว่า เมื่อมีคนว่าคุณ เป็นเรื่องปกติที่คุณต้องโกรธ แต่เมื่อคุณโกรธแล้ว ให้คิดต่อว่าสิ่งที่เขาพูดจริงหรือไม่ หากติเพื่อก่อให้รับไว้ ติแล้วไม่สามารถทำให้คุณดีขึ้น ก็ให้คุณทิ้งคำพูดเหล่านั้นไปค่ะ แอดมินเชื่อมั่นว่าผู้หญิงเราสามารถทำงานได้เก่งไม่แพ้ใครแน่นอน



Credit: Havard Business School


M.I.S.S.CONSULT The Leadership Solution Specialist (LSS)



コメント


bottom of page