• MC

Global Leaders ทำอย่างไร เมื่อเทคโนโลยีกำลังเข้ามาแทนมนุษย์?


ในปี 2018 การพูดถึงความทันสมัยและการพัฒนาของเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของมนุษย์เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง การพูดในเรื่อง Disruptive Technology, Digital Technology, หรือ AI (Artifical Intelligenc) ได้รับความสนใจจากหลายๆ ภาคส่วน 

หรือแม้กระทั่งการพบข่าวที่เกิดจากผลลัพธ์ทางการพัฒนาของเทคโนโลยีได้ง่ายๆ ผ่านชีวิตประจำวัน เช่น ข่าวการทะเลาะแย่งชิงลูกค้าระหว่าง GRABTAXI กับ TAXI หรือระหว่างวินมอไซด์รับส่งทั่วไปกับบริการ GRAB BIKE หรืออื่นๆ โดยเราทุกคนก็พบว่า กระแสเทคโนโลยีเข้ามาใกล้ตัวของพวกเรา ทำให้เกิดความสะดวกสบาย และแน่นอน ทำให้เกิดผลกระทบกับวิธีการใช้ชีวิตและบริการแบบเดิมๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังที่ยกตัวอย่าง

ในภาคขององค์กรและธุรกิจก็เช่นกัน ความต้องการในการเตรียมความพร้อมเพื่อตอบรับกับ Disruptive Technology มีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง องค์กรต่างก็ต้องการปรับตัวเพื่อสร้างโอกาสทางการแข่งขันได้ในอนาคตที่อาจจะเกิดการเปลี่ยนแปลงที่สูง จนเกิดความคิดขึ้นมาว่า คนอาจถูกทดแทนด้วยเทคโนโลยี และ คนที่ทำงานหรือพนักงาน จะว่างงานมากขึ้น หากเป็นเช่นนั้นจะต้องทำหรือรับมืออย่างไร 

ก่อนเข้าสู่การตอบคำถามดังกล่าว ดิฉันอยากให้ข้อมูลที่น่าสนใจในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงในลักษณะนี้ที่เคยเกิดขึ้นมาก่อนกับแรงงานบุคคล โดยเป็นข้อมูลจาก HBR (Harvard Business Review: by William B. Johnston) ที่เขียนเกี่ยวกับกระแสแรงงานบุคคลที่เคยเกิดขึ้นเป็นกรณีศึกษา ที่กล่าวว่า ในอดีตที่ผ่านมาประเทศที่มีเศรษฐกิจรุ่งเรืองของโลกหลายประเทศ มีจุดรุ่งเรืองเหมือนกันคือ การมีอุตสาหกรรมโรงงานและใช้เครื่องจักรเข้ามาทดแทนแรงงานคนในการผลิต ซึ่งหากเปรียบเทียบกับปัจจุบันก็คือ กระแสการใช้ระบบ ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) 

แต่ในอดีต ถึงคนจะได้รับผลกระทบจากการใช้เครื่องจักรดังกล่าว แต่ก็ยังไม่สามารถทดแทนคนได้ทั้งหมด องค์กรยังคงต้องการแรงงานแต่เป็นแรงงานที่ราคาถูกขึ้น จึงได้ย้ายฐานโรงงานจากประเทศของตนเองมาหาแรงงานที่ถูกกว่าในต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานจากประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งเกิดจากความต้องการ การผลิตเป็นปริมาณมากและต้องการแรงงานราคาถูกเข้าสู่โรงงาน และ มีการพัฒนาต่อมาเป็นความต้องการแรงงานที่มีทักษะความสามารถมากขึ้น ทำให้ปี 1990 กลายเป็นปีแห่งการแลกเปลี่ยนแรงงานระหว่างประเทศมากขึ้น แรงงานที่มีความรู้หรือผู้บริหารจากบริษัทแม่ ถูกส่งตัวไปทำงานยังประเทศที่กำลังพัฒนา อย่างไรก็ตาม กลุ่มแรงงานทักษะในประเทศที่กำลังพัฒนาก็มีโอกาสย้ายไปทำงานที่ต่างประเทศหรือกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว เพื่อเรียนรู้เทคโนโลยี เกิดการเรียนรู้ระหว่างแรงงานในแต่ละประเทศมากขึ้น 

จากปัจจัยดังกล่าว ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อรูปแบบแรงงานต่างๆ อย่างชัดเจน เช่น ความต้องแรงงานเพศหญิงเพิ่มขึ้น และ ยังส่งผลทำให้รัฐบาลหลายๆประเทศในกลุ่มประเทศที่กำลังพัฒนามองว่าเป็นโอกาสที่ดีในการที่จะทำให้คนที่เป็นแรงงานของตนเองมีความรู้มากขึ้นเพื่อได้มีโอกาสเรียนรู้และเก็บความรู้จากประเทศที่พัฒนาแล้วนำกลับมาใช้ในประเทศของตนเอง รัฐบาลหลายประเทศจึงออกกฏหมายสนับสนุนการเรียนรู้ของกลุ่มแรงงานมากขึ้น ส่งผลต่ออัตราการเรียนรู้ของเด็ก และ ผู้ทำงาน เพิ่มมากขึ้น โดยพบว่า ผู้ทำงานในระดับมัธยมและมหาวิทยาลัยมีเพิ่มมากขึ้นในอัตราที่ก้าวหน้าชัดเจน 

โดยในปี 2000 พบว่า กลุ่มประเทศกำลังพัฒนา แรงงานที่ได้รับการศึกษา สามารถเรียนรู้ได้เร็ว และ มีความสามารถในการปรับตัวได้มากขึ้นทำให้กลุ่มประเทศกำลังพัฒนาได้สัดส่วนแรงงานคุณภาพในระดับมหาวิทยาลัยมากขึ้น โดยกลุ่มประเทศที่สนับสนุนให้แรงงานตนเองมีการศึกษามากขึ้น เช่นประเทศ จีน อินเดีย เกาหลีใต้ ฟิลิปินส์ โดยเราจะเห็นว่า ณ ปัจจุบัน กลุ่มประเทศดังกล่าว สามารถสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจในประเทศตนเองในเชิงบวกที่ชัดเจน เช่น “ประเทศจีน” ที่ได้รับการจัดว่าเป็นประเทศที่มีนักธุรกิจมากที่สุด ณ ปัจจุบัน เกาหลีใต้ ที่สามารถสร้างการแข่งขันได้ในระดับสากลอย่างชัดเจน “อินเดีย”ที่ถูกจัดว่าเป็นประเทศที่ส่งออกแรงงานคุณภาพระดับหัวกระทิเข้าสู่ระดับบริหารสูงของแต่ละองค์กรในโลกได้มากที่สุด “สิงค์โปร์” ที่ถูกให้ความสำคัญในฐานะ ประเทศที่มีความสามารถทางการตอบสนองธุรกิจที่แข็งแรง หรือ แม้นแต่ “ฟิลิปินส์” ที่แรงงานของเขาก็จัดได้ว่า มีความสามารถในการสร้างการแข่งขันได้ในระดับสากล 

กรณีดังกล่าวพบว่า การศีกษาที่สูงจะทำให้ได้เปรียบและมีเศรษฐกิจที่ดีขึ้นและดีในระยะยาว  ปัจจุบันในทวีปเอเชียที่ส่งเสริมการศึกษาและมีการวางแผนในระยะยาวเป็นจริงเป็นจัง คือ สิงค์โปร์ เกาหลีใต้ อินเดีย และจีน ที่ประชากรของพวกเขาเหล่านี้ มีการเติบโต ก้าวหน้าและได้การยอมรับในตลาดแรงงานระดับสูง ที่ไล่ตามมาก็มี ไต้หวัน ฟิลิปินส์ ที่ประชากรได้มีการศึกษาที่สูงขึ้น เมื่อประชากรของเขากลับประเทศก็จะนำความรู้และประสบการณ์กลับมาพัฒนาประเทศ  ยิ่งเป็นการตอกย้ำความสำเร็จในการผลักดันให้ประชากรได้เรียนหนังสือสูงๆ เพื่อให้เป็นแรงงานที่มีความรู้ ความสามารถ ไม่จำเป็นต้องเป็นการขายแรงงานชั้นต่ำหรือสามารถทดแทนได้ด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ AI อันเกิดจาก Disruptive Technology 

ดังนั้น ตลาดแรงงานโลกกำลังต้องการแรงงานที่มีความรู้สูงและพูดได้หลายภาษา สามารถปรับตัวได้เร็ว สามารถย้ายไปทำงานในต่างประเทศได้  โดยจะมีการแย่งชิงคนเก่งมากขึ้นและแรงงานชั้นต่ำก็ต้องปรับตัวและผลักดันตนเองให้เรียนสูงขึ้นเพื่อให้อยู่รอด และประเทศไหนไม่ให้ความสำคัญกับการศึกษาและส่งเสริมประชากรให้เรียนหนังสือให้สูง ก็มีโอกาสจะลำบากได้ในอนาคต

จากข้อมูลดังกล่าว สอดคล้องกับข้อมูลสำรวจของ Deloite ที่มีการสำรวจบริษัททั่วโลก ถึงการเตรียมความพร้อมด้านบุคลากรในกระแสของ Digital Technology/Disruptive Technology ที่พบว่า ยังเป็นไปน้อยมาก ทำให้มีแนวโน้มว่า ในอนาคต ความสามารถในการบริหารคนเก่ง คนมีความสามารถ จะเป็นปัญหาสำคัญ เพราะ หากองค์กรไม่สามารถบริหารได้ดี ย่อมถูกแย่งชิงได้โดยง่ายจากองค์กรอื่น และ แน่นอนการบริหารและพัฒนาบุคลากรในองค์กรไม่ใช่เพียงการตอบสนองภายในประเทศ แต่จำเป็นที่จะต้องตอบสนองต่อการแข่งขันได้ในระดับสากล ดังนั้น ทุกโปรแกรมในการพัฒนาบุคลากรจะเน้นไปยัง การประเมินวัดผลได้และการนำเทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการใช้งาน และ ติดตามความสำเร็จ 

กระแสของ Disruptive Technology อาจจะไม่เป็นสิ่งที่ต้องกังวลหรือเป็นอุปสรรค ในทางตรงกันข้ามความต้องการคนสำหรับการทำงานอาจจะมีมากขึ้น หากแต่ต้องเป็นคนที่มีความรู้ ความสามารถ ใช้เทคโนโลยีมาเพื่อสนับสนุนและตอบสนองต่อการสร้างการแข่งขันในระดับสากลที่รวดเร็วได้ 

การพัฒนาบุคลากรเพื่อตอบสนองต่อ Disruptive Tehcnology บุคลากรขององค์กรจำเป็นต้องทำให้เกิดการคิด การเรียนรู้ในระดับกว้าง เพื่อการสร้างความคิดสร้างสรรค์ Creativity, มีความยืดหยุ่น flexibility ปรับตัวได้ดี และที่สำคัญอีกหนึ่งประเด็นคือ ความสามารถทางการตอบสนองที่รวดเร็วต่อโอกาสทางธุรกิจที่เกิดขึ้นตลอดเวลา Speed to actions 

ดังนั้น การทำให้ทีมงานหรือบุคลากรขององค์กรเป็นไปในลักษณะดังกล่าว ผู้บริหารขององค์กร จะถูกคาดหวังในบทบาทที่ไม่ใช่เพียงผู้นำ (leaders) ทั่วไป แต่จำเป็นต้องมีบทบาทเป็น ผู้นำในระดับสากล หรือ Global Leaders นั่นคือ มีความทันสมัย ท้าทายต่อการสร้างสรรค์ ยืดหยุ่นและความสามารถทางการเปิดรับเทคโนโลยีให้เข้ามามีบทบาทในการพัฒนาบุคลากรและทีมงาน ด้วยปัจจัยดังกล่าว ผู้นำในระดับ Global จึงจำเป็นต้องสร้าง 5 พฤติกรรมพื้นฐานให้เกิดขึ้นแก่ตนให้สำเร็จเสียก่อน อันได้แก่ ความเชื่อถือได้ (Trust) ความสามารถทางการโต้แย้งที่สร้างสรรค์ (Conflict) การมีพันธะสัญญา (Commitment) จิตสำนึก (Accountability) และ มุ่งเน้นผลลัพธ์ (Result) ซึ่ง 5 พฤติกรรมพื้นฐานดังกล่าว ถือเป็น ห้าพฤติกรรมสำคัญที่จะทำให้ผู้นำสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงในระดับองค์กรที่ตอบสนองต่อการแข่งขันสากลได้อย่างชัดเจน

การพัฒนาบุคลากรจะไม่ใช่เรื่องที่พูดด้วยใจแต่พิสูจน์ไม่ได้อีกต่อไป แต่จำเป็นต้องเป็นเรื่องที่พิสูจน์ได้ ประเมินได้ที่ชัดเจน และ จำเป็นที่การพัฒนาดังกล่าวต้องสามารถนำเทคโนโลยีมาเป็นส่วนหนึ่งในการเชื่อมและทำให้เกิดประสิทธิภาพได้มากยิ่งขึ้น และ แน่นอนว่า เรื่องนี้จะประสบความสำเร็จไม่ได้ หากผู้นำขององค์กรยังไม่เข้าใจความหมายและความสำคัญแบบ Global Leaders

โดย กัลยา แก้วประเสริฐ M.I.S.S.CONSULT

credit: ขอบคุณ หนังสือพิมพ์ผู้จัดการออนไลน์

12 views0 comments

Recent Posts

See All
M.I.S.S.CONSULT

M.I.S.S.CONSULT focus on the People Development program. 

We provide tools base on Scientific to measurement and assessment of each individual or as a team performance.

Build a strong team
We help companies understand their people, then drive behaviors to build a better relationship, ambition, competitive mindset.

Our service help client to achieve their goals.
We have a variety of tools in the world that carefully selected for our clients. We selected only the best that would help fix and expand our client's human capital as a good asset. Our services are Psychometric Test tools, Training courses, Coaching, Neuroscience, Assessment Center, DISC/Everything DiSC Certification course.

Solution
Our Location

14th Flr.,Q.House Asoke Bldg.,
66 Sukhumvit 21 ,North Klongtoey,
Wattana,Bangkok 10110

 

Tel : 02-258-4966,02-258-4977 
Fax : 02-258-4933
HOTLINE : 085-186-2356

 

Find us
  • Facebook Social Icon
  • YouTube Social  Icon
  • LinkedIn Social Icon
  • Twitter Social Icon
Accreditation

Build a better workplace

 

We help companies understand their people, then drive behaviors to build a better relationship, ambition, competitive mindset.

Copyright ©M.I.S.S.CONSULT.COM.  All rights reserved.

© Copyright™