top of page
iStock-1413128025.jpg

ใครเคยประสบปัญหาเวลาทำงานแล้วมีโลก 2 ใบบ้าง?



.

.

แอดมินมีทางแก้ปัญหานี้มาแนะนำครับ

.

.

ก่อนอื่นขออธิบายนิดนึงนะครับ

สองโลกคือ โลก ณ ปัจจุบันกับงานที่เรากำลังตั้งใจทำอยู่ ส่วนอีกโลกคือโลกในห้วงความคิดของเราที่มันชอบแว๊บขึ้นมาแล้วทำให้เราหลุดจากการทำงานเดิมที่เราตั้งใจทำอยู่

.

ซึ่งการแก้ปัญหานี้สามารถทำได้ครับ ถ้าเราฝึกให้ตัวเองเกิด Mindfulness หรือ สติ การให้ความสนใจกับสิ่งที่เป็นปัจจุบัน หรือเรียกได้ว่าเป็นสภาวะที่เรารู้ตัวว่าตอนนี้กำลัง อยู่ที่ไหน ทำอะไรอยู่

.

โดยพบว่ามีงานวิจัยของสถาบัน L&D Professional ในปี 2016 ที่แสดงให้เห็นว่า ผลของการฝึกฝนเพียง 6 สัปดาห์ให้มี Mindfulness ในการทำงาน ส่งผลให้ผลการทำงานและประสิทธิภาพในการทำงานดีขึ้น 10%, เพิ่มความสามารถในการสื่อสาร 11% และยังเพิ่ม Work/Life Balance 17%

.

แล้วในการพัฒนา Mindfulness มีองค์ประกอบอะไรบ้าง?

.

บทความจาก Forbes “How Mindfulness Can Make You a Better Manager” สรุปมาให้ครับว่า Mindfulness สำหรับผู้บริหารมีองค์ประกอบหลักๆมีอยู่สามส่วนคือ

.

Self-Awareness: การเข้าใจตนเอง

.

Empathy: การเข้าใจและแชร์ความรู้สึกของผู้อื่น (Critical Success Factor ของการเป็น Manager)

.

Patience: ความอดทน (ไม่ใจร้อนกับลูกน้อง/คนรอบข้าง)

.

ซึ่งทั้งสามส่วนแล้วเป็นสิ่งที่สำคัญ แต่สำหรับโพสต์นี้แอดมินขอลงลึกเรื่อง Self-Awareness ก่อนนะครับ เนื่องจากเรามักจะพูดกันถึงเรื่อง Self-Awareness กันบ่อย รู้ว่าเป็นสิ่งที่สำคัญ แต่เรากลับไม่ได้พูดถึงเครื่องมือที่จะช่วยทำให้คนเข้าใจตนเองได้มากขึ้น

.

Everything DiSC เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เราเกิดทั้ง Mindfulness และ Self-Awareness ได้รวดเร็วและสะดวกมากยิ่งขึ้น ด้วยทฤษฎีของ Everything DiSC เราสามารถแยกรูปแบบบุคลิกภาพของคนออกมา แบบเบื้องต้น ได้ 4 รูปแบบครับคือ

.

D : Dominance

i : Influence

S: Steadiness

C: Conscientiousness

.

ในการเพิ่ม Self-Awareness ให้เราเข้าใจตนเองได้ดีขึ้น ให้เราลองถามและพิจารณาตนเองดูครับว่า

.

1. A. เราเป็นพวกชอบทำอะไรเร็วๆและมีอะไรก็มักจะพูดออกไปเลย หรือ B. เราเป็นคนที่ระมัดระวังในการทำสิ่งต่างๆ ใจเย็น ทำอะไรเป็นระบบ และมักจะคิดให้ถี่ถ้วนก่อนจะพูด

.

2. C. เรามักจะคิดถึงหลักเหตุผลก่อน ขี้สงสัย ตั้งคำถาม ชอบท้าทายความเชื่อเดิมๆ หรือ D. เรามักจะคำนึงถึงความรู้สึกของคนอื่นๆก่อน มักจะเชื่อข้อมูลที่รับก่อนที่จะคิดสงสัย

.

ถ้าเราตอบว่า A. + C. เราน่าจะมีบุคลิกภาพรูปแบบ D Style ซึ่งเป็นคนที่มักจะให้ความสำคัญกับผลลัพธ์ของงานและมองหาโอกาสใหม่ๆที่ท้าทายเพื่อลองทำ ซึ่งหากเราต้องทำงานกับคนที่ทำอะไรช้าไม่ทันใจเรา ก็อาจทำให้เราเครียดได้

.

ถ้าเราตอบว่า A. + D. มีโอกาสสูงที่เราจะเป็น i Style ซึ่งมักจะให้ความสำคัญกับความกระตือรือร้น สนุกสนาน และมักมองโลกในแง่บวก ซึ่งหากเราต้องทำงานกับคนที่มักคิดในแง่ลบ ก็จะทำให้เราเครียดได้

.

ถ้าเราตอบว่า B. + C. มีโอกาสสูงที่เราจะเป็น S Style ซึ่งชอบช่วยเหลือและร่วมงานกับผู้อื่น นอกจากนั้นเรายังมีความใจเย็นในการทำงานกับคนอื่นๆอีกด้วย สิ่งที่จะกระตุ้นให้เราอยากทำงานคือการได้ทำงานกับคนที่จริงใจ

.

ถ้าเราตอบว่า B. + D. เราน่าจะมีบุคลิกภาพแบบ C Style ซึ่งให้ความสำคัญกับความถูกต้องแม่นยำของข้อมูลและการทำงานที่คงเส้นคงวา และชอบไอเดียที่ท้าทาย สิ่งที่จะกระตุ้นเราให้อยากทำงานคือโอกาสในการได้เรียนรู้ หรือได้ประสบการณ์

.

สิ่งที่สำคัญคือ ต้องจำไว้ว่าเราเป็นมนุษย์ ซึ่งมนุษย์ไม่ควรถูกเหมารวมว่าเราเป็นแบบใด แบบหนึ่ง DiSC ไม่ใช่แค่การประเมินรูปแบบบุคลิกภาพ 4 รูปแบบ แต่มันคือเครื่องมือเพื่อช่วยให้เราเข้าใจตนเองมากขึ้น

.

ให้มุมมองใหม่ๆกับเรา ให้เข้าใจเหตุผลว่าทำไมเราถึงเลือกทำสิ่งที่เราทำ เป็นเครื่องมือที่ช่วยขุดลึกลงไปในตัวเรา ให้ค้นพบสิ่งที่ปกติเราไม่ได้นึกถึง

.

และที่สำคัญ Everything DiSC ช่วยให้เราเข้าใจ Insight ต่างๆเหล่านี้ได้ง่าย และมี Action Plan ชัดเจน ว่าเราควรจะปรับและฝึกพฤติกรรมใหม่ๆอย่างไร

.

การเปลี่ยนแปลงอะไรก็ตามมันยากที่จะสำเร็จหากเราไม่มีจุดเริ่มต้นที่ดี ซึ่ง Everything สามารถเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีให้กับเราได้ครับ

.

สุดท้ายนี้เรื่อง Self-Awareness อาจจะดูเป็นเรื่องง่ายและใกล้ตัวครับ แต่กลับดูเลือนๆลางๆ สิ่งที่จะช่วยเราได้ก็คือเครื่องมือที่ผ่านการวิจัยและใช้เทคโนโลยีล่าสุดในการประเมินผล ด้วย Everything DiSC ครับ ที่จะทำให้สิ่งที่เลือนลาง เป็นสิ่งที่สามารถปฏิบัติได้ชัดเจน

.

ทำให้เรามั่นใจได้ว่าเราเดินมาถูกทางในการพัฒนา Mindfulness และพัฒนาตนเองครับ

Comments


bottom of page