กลุ่ม D:
Aptitude Testing Set: แบบทดสอบรวมสำหรับวัดระดับความสามารถ หรือ ทักษะ ในด้านต่างๆ ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งทักษะ หรือ ความสามารถที่ถูกทดสอบ ทั้ง 7 แบบ ใน Aptitude Testing Set
1. Acuteness: แบบทดสอบทักษะ หรือ ความสามารถทางด้านการทำงานต่อเนื่อง ความอดทนต่อการทำงานที่ต้องอาศัยความละเอียด หรือ ใช้ระยะเวลามากในการทำ
เป็นทักษะที่จำเป็นของการทำงานทั่วๆไป หรือ งานที่ต้องอาศัยความละเอียดในการตรวจเช็คข้อมูล หรือ ความถูกต้องของข้อมูลเป็นเรื่องสำคัญ
ทักษะด้านนี้เป็นการแสดงออกถึง ความสามารถทางด้านความละเอียดในข้อมูลส่วนลึก
ยกตัวอย่างงานที่จำเป็นต้องมี เช่น งานที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบความถูกต้องของเอกสาร เช่น งานเลขา งานบัญชี หรือ งานที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์ ออกแบบระบบ ตรวจสอบระบบ เป็นต้น
2. Spatial Recognition: แบบทดสอบทักษะ หรือ ความสามารถทางด้านการออกแบบ การจินตนาการ วิเคราะห์รูปแบบของงานออกแบบ
ทักษะด้านนี้ เป็นการแสดงออกถึงทักษะทางด้านความยืดหยุ่นทางการคิด การวางรูปแบบโครงสร้าง การจดจำในวัตถุงานที่ต้องการและจำเป็นสำหรับทักษะด้านนี้จะเป็นงานด้านการใช้เหตุและผลด้านการคิดรูปแบบเกี่ยวเนื่องกัน เช่น งานที่เป็นด้าน เทคโนโลยี ใหม่ งานด้านวงจรไฟฟ้า วิศวะ นักออกแบบ เป็นต้น
3. Physical Analysis: แบบทดสอบทักษะ หรือ ความสามารถทางด้านการวิเคราะห์เชิงวิทยาศาสตร์ หรือ หลักความจริง สิ่งที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งแบบทดสอบนี้ ไม่จำเป็นต้องมีทักษะทางด้านฟิสิทส์มาก่อนก็สามารถทำได้ดี เพราะเป็นแนวของวิทยาศาสตร์ เหตุและผลตามจริง ผู้ที่มีทักษะแท้จริงในด้านนี้สามารถวิเคราะห์ได้โดยไม่จำเป็นต้องเรียนรู้ฟิสิกส์
เป็นแบบทดสอบทักษะที่จำเป็นต้องมีของหลายสาขาอาชีพ เพราะเป็นการวัดความสามารถทางด้านการคิดจากการวิเคราะห์ผ่านคำอธิบาย แต่อย่างไรก็ตาม ถึงแม้นว่า สามารถทำคะแนนได้ดีในส่วนนี้ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีความสามารถทางด้านการซ่อมแซมสิ่งของได้โดยตรง ซึ่งในความเป็นจริงสามารถทำได้ แต่เป็นคนละส่วนกัน ถ้าทำคะแนนได้ดีในส่วนนี้ หมายถึงว่า สามารถเรียนรู้เชิงการซ่อมแซม หรือ ความสามารถทางด้านเครื่องกล หรือ เครื่องจักร ได้ดีมากกว่าคนอื่น เรียนรู้ได้เร็ว และ ปฎิบัติได้เร็ว
นอกจากนี้ทักษะในด้านนี้ยังแสดงให้เห็นว่า เป็นผู้มีความสามารถทางด้านความคิดเชิงระบบ และ รูปแบบการออกแบบสิ่งของ เครื่องจักร การวิเคราะห์ปัญหาของสิ่งของที่เป็นเครื่องจักร หรือ หลักตามจริงของวัตถุต่างๆ
ทักษะด้านนี้มีความจำเป็นอย่างมากต่อผู้ทำงานในสายงานวิศวะกร หรือ งานที่ต้องทำภายนอก งานที่ต้องยุ่งเกี่ยวกับเครื่องจักร หรือ งานที่ต้องเสี่ยงอันตรายสูง เช่น งานขุดท่อน้ำมัน งานที่ต้องตัดสินปัญหาที่เกี่ยวกับเครื่องจักร หรือ สถานการณ์ของสิ่งแวดล้อมโดยรวม
4. Verbal Penetration: แบบทดสอบทักษะการเข้าใจคำพูด ความสามารถด้านการเรียนรู้ ว่าเป็นคนที่เรียนรู้ได้ดีในระดับใด เป็นส่วนที่เชื่อมโยงกับทักษะด้าน Critical Dissection ที่สามารถช่วยเกื่อหนุนกัน หรือ ส่งเสริมกันได้ดี
ทักษะนี้แสดงให้เห็นว่า ความสามารถทางด้านการเข้าใจภาษา การตีความทางด้านภาษาอยู่ในระดับใด หรือ สามารถเป็นทักษะทางด้านการสื่อสารได้ด้วยเช่นกัน
ทักษะด้านนี้มีความจำเป็นทางด้านการทำงานที่เกี่ยวข้องกับการใช้ภาษาเพื่อการวิเคราะห์ หรือ งานที่ต้องติดต่อกับคนอื่น ยกตัวอย่างงานเช่น งานเกี่ยวกับนักกฎหมาย นักบัญชี เลขา หรือ PR งานโฆษณา หรือ งานที่คุณจำเป็นต้องติดต่อผู้อื่น
5. Numerical Deduction: แบบทดสอบทักษะทางด้านตัวเลข การตีความ การเข้าใจตัวเลข รวมความถึง การวิเคราะห์ความน่าจะเป็นทางหลักเลขคณิต แนวโน้มทางการตลาดผ่านทางตัวเลข คุณทำคะแนนได้ดีในส่วนนี้ ไม่จำเป็นว่าคุณจะต้องเก่ง หรือ ได้เกรด เอ ในวิชาคณิตศาสตร์แต่อย่างไร เพราะทักษะทางด้านนี้ ไม่จำเป็นกับผลคะแนนดังกล่าว
ทักษะทางด้านนี้จำเป็นในด้านการทำงานทางธุรกิจ การตลาด หรือ การคาดเดาเหตุการณ์ความต้องการ ความน่าจะเป็นที่จะเกิดขึ้นจากข้อมูลตัวเลข ดังนั้น ผู้ทำงานที่เกี่ยวข้องกับ ธุรกิจ นักออกแบบระบบคอมพิวเตอร์ หรือ อุปกรณ์ไฮเทค รวมถึง งานที่เกี่ยวข้องกับการเก็บรวบรวมข้อมูลทางการตลาด การวิเคราะห์แบบสำรวจ งานค้นหาข้อมูล เป็นต้น
6. Observation: แบบทดสอบทักษะความสามารถการใช้ข้อมูลในการตัดสินปัญหา หรือ การประเมินความน่าจะเป็นที่จะเกิดขึ้น
ทักษะด้านนี้แสดงออกถึง ความสามารถทางด้านความละเอียด การลงปลีกย่อย การใช้ข้อมูลเชื่อมโยง เพื่อการวิเคราะห์ภาพรวม ยกตัวอย่างงานที่ต้องการ เช่น งานด้านการวิเคราะห์ข้อมูล การหาข้อมูล ฝ่ายจัดซื้อ เป็นความสามารถในการหาข้อมูลที่ถูกปิดบัง
7. Critical Dissection: แบบทดสอบทักษะความสามารถการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในการทำงานเกี่ยวกับบุคคล การตัดสินปัญหากลุ่ม หรือ การใช้ข้อมูลโดยรอบตัดสินปัญหา
ทักษะด้านนี้มีความจำเป็นกับบุคคลที่ต้องทำงานเกี่ยวข้องกับบุคคล เป็นการวิเคราะห์โดยใช้ข้อมูลตามหลักความต่อเนื่อง และ หลักการ ไม่ขึ้นอยู่กับสิ่งที่คิด หรือ เห็นเพียงแค่เล็กน้อย
ถ้าทำคะแนนได้ดีในส่วนนี้ แสดงว่าจะเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จได้โดยง่ายในการทำงานระดับผู้บริหารระดับสูง และ ได้รับความนับถือได้โดยง่าย เพราะเป็นทักษะของการวิเคราะห์ปัญหา การแก้ปัญหาของกลุ่มคนเป็นหลัก เป็นทักษะที่แสดงให้เห็นว่า อารมณ์ไม่มายุ่งหรือ มีอิทธิพลต่อการตัดสินปัญหาต่างๆที่เกิดในองค์กรหรือกลุ่มคน ความสามารถทางด้านการตัดสินปัญหาของทีมมีความถูกต้องสูง หรือ มีประสิทธิภาพ
แทบทุกสาขาอาชีพ ต้องการทักษะในด้านนี้ โดยความจำเป็นอยู่ในระดับตำแหน่งงานที่ตั้งเป้าหมาย เช่น ผู้บริหารจำเป็นต้องมีมากกว่า พนักงานทั่วไป เป็นต้น |